5 ผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทานได้น้ำตาลไม่สูง

5 ผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทานได้น้ำตาลไม่สูง

5 ผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทานได้น้ำตาลไม่สูง

5 ผลไม้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทานได้น้ำตาลไม่สูง

เคยทานอาหารร่วมกับผู้ป่วยโรคเบาหวานไหมคะ อันนั้นก็ทานไม่ได้ อันนี้ก็ทานไม่ได้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วอาหาร และขนมไทยเราในปริมาณค่อนข้างสูงเหมือนกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งผลไม้ไทยที่ยังเจอน้ำตาลซ่อนอยู่ เลยทำให้เขาเหล่านั้นอดทานของอร่อยไปมากมาย แต่อันที่จริงแล้วผลไม้ที่ผู้ป่วยเบาหวานทานได้ก็มีอยู่มากมายไม่แพ้กันนะคะ จะมีอะไรบ้าง ขอนำข้อมูลจากรายการ Did You Know? คุณรู้หรือไม่ มาฝากกันค่ะ


 

ผลไม้ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวาน

ผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน ควรเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด มีปริมาณน้ำตาลต่ำ และมีกากใยสูง เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้ช้าลง


1. แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลทีเส้นใยที่ละลายในน้ำได้ที่เราเรียกว่า “เพกทิน” อยู่สูงมาก เพกตินจะช่วยดักจับไขมัน ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด และยังไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีวิตามินต่างๆ รวมไปถึงเบตาแคโรทีนอีกด้วย

ปริมาณที่แนะนำ : แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูกเล็ก หลังอาหาร 1 มื้อ


2. ฝรั่ง

ฝรั่งเป็นผลไม้รสหวานน้อย และมีเส้นใยสูง ปริมาณแคลอรี่ต่ำ

ปริมาณที่แนะนำ : 1 ผลเล็ก ไม่เกิน ½ ผลใหญ่ ทานสดๆ แต่อย่าทานร่วมกับพริก เกลือ และน้ำตาล


3. กล้วย

กล้วยช่วยควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดได้ เพราะการดูดซึมน้ำตาลเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้อิ่มนาน มีเส้นใยสูง และสามารถทานเป็นอาหารว่าง สำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้

ปริมาณที่แนะนำ :หากเป็นกล้วยหอม ให้รับประทานมื้อละ ½ ผล หากเป็นกล้วยไข่ หรือกล้วยน้ำว้า สามารถทาน 1 ผลเต็มๆ ได้


4. แก้วมังกร

แก้วมังกรอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุมากมายหลายชนิด มีเส้นใยสูง แคลอรี่ต่ำ และยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน ปริมาณที่แนะนำ : มื้อหนึงไม่ควรทานเกิน 10-12 คำ


5. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ทั้งสตอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามิน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย

ปริมาณที่แนะนำ : มื้อละ 12 ผล


ข้อควรระวัง คือการทานผลไม้เหล่านี้ ต้องทานแบบสด ไม่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร หรือดัดแปลงใดๆ ทั้งสิ้น เช่น นำไปเชื่อม กวน ตากแห้ง คลุกน้ำตาล หรือแม้กระทั่งไม่ควรทานแบบจิ้มกับพริกเกลือน้ำตาล หรือน้ำจิ้มใดๆ เพราะจะเป็นการเพิ่มน้ำตาลในร่างกายมากเข้าไปกว่าเดิมค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เนื้อหาโดย : Did You Know

health.sanook.com

maxxfriend.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *