แปะก๊วย สมุนไพรสรรพคุณทรงคุณค่า

แปะก๊วย สมุนไพรสรรพคุณทรงคุณค่า

แปะก๊วย สมุนไพรสรรพคุณทรงคุณค่า บำรุงร่างกายได้ยอดเยี่ยม

แปะก๊วย

แปะก๊วย สมุนไพรจากเมืองจีน สรรพคุณล้ำค่า ถ้าได้รู้แล้วต้องอยากลอง

ถ้าจะให้ไล่ชื่อของสมุนไพรจีนที่ดีมีคุณค่าช่วยในการบำรุงสุขภาพ แน่นอนเลยล่ะว่านึกกันไม่หวาดไม่ไหวแน่ แต่ถ้าพูดถึงสมุนไพรจีนที่ช่วยบำรุงสมอง หลายคนคงนึกถึง “แปะก๊วย” เพราะเคยได้ยินคำโฆษณา หรืองานวิจัยที่บอกถึงสรรพคุณเด่นข้อนี้ แต่ความจริงแล้ว แปะก๊วย มีส่วนช่วยบำรุงสมองจริงหรือ และมีสรรพคุณอื่น ๆ อะไรบ้าง ลองมาดูข้อมูลที่เรานำมาฝากกันค่ะ

แปะก๊วย หรือที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Ginkgo biloba เป็นสมุนไพรที่มีมาตั้งแต่โบราณ ว่ากันว่าเป็นพืชโบราณที่มีความเป็นมาตั้งแต่ 270 ล้านปีก่อน โดยเจ้าสมุนไพรชนิดนี้มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน และถูกนำมาใช้ในแพทย์แผนจีนติดต่อกันมายาวนานกว่า 5,000 ปี ในอดีต แพทย์แผนจีนจะนิยมนำแปะก๊วยมาใช้ในการบำบัดอาการไอ หืด และภาวะภูมิแพ้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วส่วนที่นิยมนำมาสกัดหรือใช้ในการรักษาโรคมากที่สุดคือ ส่วนของใบ แต่คนก็นิยมนำเมล็ดของแปะก๊วยมาเป็นส่วนประกอบในอาหารต่าง ๆ มากมาย เช่น ขนมหวาน หรือบะจ่าง โดยเมล็ดแปะก๊วย 100 กรัมมีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

พลังงาน 182 แคลอรี
โฟเลต 54 ไมโครกรัม
ไนอะซิน 6 มิลลิกรัม
กรดแพนโทเทนิก 0.16 มิลลิกรัม
ริโบฟลาวิน 0.16 มิลลิกรัม
ไทอามีน 0.22 มิลลิกรัม
วิตามินเอ 558 ยูนิต
วิตามินซี 15 มิลลิกรัม
โพแทสเซียม 510 มิลลิกรัม
ทองแดง 0.274 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 1 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม 27 มิลลิกรัม
แมงกานีส 0.113 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 124 มิลลิกรัม
สังกะสี 0.34 มิลลิกรัม

แปะก๊วย

แปะก๊วย สรรพคุณล้ำเลิศ ประโยชน์ดี ๆ ทั้งในเมล็ดและใบ

ด้วยสรรพคุณและประโยชน์อันมากมายที่มีอยู่ในตัวของเมล็ดแปะก๊วย และใบแปะก๊วย จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นแปะก๊วยถูกแปลงร่างมาเป็นทั้งของกินและอาหาร เสริมเพื่อสุขภาพ แต่ว่าสรรพคุณของแปะก๊วยที่โดดเด่นมีอะไรบ้าง ลองไปดูกันเลยค่ะ

 ลดระดับคอเลสเตอรอล

เมล็ดแปะก๊วยมีสรรพคุณในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรล โดยการศึกษาในปี 2008 จาก Food Research International พบว่าไขมันที่สามารถละลายน้ำได้ที่อยู่ในเมล็ดแปะก๊วย มีส่วนสำคัญในการลดระดับคอเลสเตอรอลในตับ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการป้องกันโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจได้อีกด้วย

ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง

เมล็ดแปะก๊วยเป็นแหล่งสะสมของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย ป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ในร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเกือบทุกชนิด ถึงแม้ว่าจะนำเมล็ดแปะก๊วยไปปรุงจนสุกแล้วก็ยังคงมีสารต้านอนุมูลอิสระเหลือ อยู่ถึง 60% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับอาหารชนิดอื่น ๆ ค่ะ

แปะก๊วย

มีวิตามินและแร่ธาตุสูง

เราสามารถพบวิตามินบีชนิดต่าง ๆ อย่างเช่น ริโบฟลาวิน ไนอะซิน ไทอามีน กรดแพนโทเทนิก โฟเลตและวิตามินบี 6 ซึ่งเป็นวิตามินบีที่ดีต่อร่างกายได้ในเมล็ดแปะก๊วย นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุดี ๆ อย่าง แมงกานีส โพแทสเซียม แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี และเซเรเนียมสะสมอยู่ในเมล็ดแปะก๊วยอีกไม่น้อยเลย โดยเฉพาะทองแดงที่เป็นแร่ธาตุอันมีความสำคัญต่อสารสื่อประสาท และระบบเผาผลาญ รวมทั้งเป็นส่วนประกอบในเม็ดเลือดแดง

แคลอรีต่ำ

เมื่อเทียบกับวอลนัทและอัลมอนด์แล้ว เมล็ดแปะก๊วยถือเป็นอาหารที่มีแคลอรีไม่สูงมากนั้น เพราะเมล็ดแปะก๊วย 100 กรัม มีปริมาณแคลอรีอยู่ที่ 182แคลอรี ทำให้สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกลัวอ้วน แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามการรับประทานมากไปอาจจะส่งผลไม่พึงประสงค์ได้

รักษาโรคซึมเศร้า

มีการศึกษาพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีสภาวะอารมณ์ที่ดีขึ้นเมื่อรับ ประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดจากใบแปะก๊วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งก็มีจิตแพทย์จำนวนไม่น้อยที่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารับประทาน สารสกัดจากใบแปะก๊วยร่วมกับการรับประทานยาเพื่อรักษาอาการ แต่สารสกัดนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าหากใช้กับผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี จะให้ผลดีเทียบเท่ากับผู้ป่วยในวัยสูงอายุหรือไม่

แปะก๊วย

อาจช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม

มีการวิจัยหลายชิ้นพบว่า สารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น โดยเฉพาะระบบไหลเวียนเลือดในสมอง ซึ่งส่งผลดีต่อการช่วยปกป้องการสูญเสียความทรงจำ รวมทั้งบำรุงความจำ สร้างเสริมกระบวนการการคิด และช่วยบรรเทาอาการของโรคอัลไซเมอร์ได้ แต่ก็ยังมีผลวิจัยบางส่วนที่แย้งข้อมูลข้างต้น โดยชี้ว่า “ใบแปะก๊วย” อาจไม่มีความสามารถในการป้องกันอาการอัลไซเมอร์ หรือเพิ่มประสิทธิภาพความจำได้ ส่วนงานวิจัยที่ระบุว่า “ใบแปะก๊วย” ให้ผลดีต่อสมอง ก็ยังมีข้อมูลไม่มากนัก ฉะนั้นแล้ว จึงยังไม่มีสถาบันใดออกมายืนยันชัดเจนถึงสรรพคุณข้อนี้ของ “ใบแปะก๊วย”

เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ

ในรายที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยสามารถช่วยได้ เพราะ สารสกัดนี้จะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น แก้ไขปัญหาเลือดไปไหลเวียนในบริเวณอวัยวะเพศไม่สะดวก โดยจากการศึกษาหนึ่งพบว่าการรับประทานสารสกัดจากแปะก๊วยเป็นประจำติดต่อกัน 6 เดือน ช่วยให้อาการดีขึ้นมากถึง 50%

รักษาโรคเรย์นาร์ด

โรคเรย์นาร์ดเกิดจากภาวะเส้นเลือดที่ปลายมือตีบตัน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก โดยสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ด้วยการรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย ทำให้เลือดไหลเวียนไปที่ปลายมือได้สะดวก ลดปลายมือชา หรือเขียวคล้ำเมื่อสัมผัสกับความเย็น

รักษาอาการเบาหวานขึ้นตา

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาการเบาหวานขึ้นตาสามารถส่งผลให้การมองเห็นแย่ลง เนื่องจากน้ำตาลในเลือดนั้นจะเข้าไปทำลายหลอดเลือดภายในดวงตา ซึ่งการรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยจะช่วยให้การมองเห็นสีสันของผู้ป่วยเบา หวานดีขึ้นค่ะ

บรรเทาอาการของโรคพาร์กินสัน

ภาวะการขาดฮอร์โมนโดปามีน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการสั่นและการสูญเสียความสามารถในการควบคุม กล้ามเนื้ออันเนื่องมาจากโรคพาร์กินสันแต่สารสกัดจากแปะก๊วยนั้นจะเข้าไป ช่วยเพิ่มระบบไหลเวียนเลือดในสมอง ทำให้ร่างกายสามารถผลิตฮอร์โมนโดปามีนได้มากขึ้น และนำส่งไปยังอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายได้อย่างเพียงพอ

รักษาอาการก่อนมีประจำเดือนของผู้หญิง

กลุ่มอาการ PMS หรืออาการก่อนมีประจำเดือนเป็นอาการที่สาว ๆ เท่านั้นที่รู้ดีที่สุด โดยสารสกัดจากแปะก๊วยนั้นสามารถบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก และคัดเต้านมที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนได้ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการอื่น ๆ ที่เกิดจากภาวะความแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกายช่วงก่อนมีประจำเดือนได้ด้วย

นอกจากนี้ในแพทย์แผนจีนยังมีการนำเมล็ดแปะก๊วยมาใช้ เพราะเชื่อว่าเมล็ดแปะก๊วยมีฤทธิ์ร้อนช่วยในการบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับการ หายใจ สามารถช่วยรักษาโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ และโรคระบบทางเดินปัสสาวะ แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะการใช้ในปริมาณมากนั้นอาจะได้รับผลเสียที่อันตรายแทนได้ค่ะ

แปะก๊วย

ข้อควรระวังในการใช้แปะก๊วย

แม้จะช่วยบำรุงสมอง แต่ก็ใช่ว่าแปะก๊วยจะมีแต่ประโยชน์ เพราะแปะก๊วยนี้ถือเป็นยาอันตรายชนิดหนึ่ง ในบางประเทศถึงกับต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ถึงจะสามารถซื้อหามารับประทานได้ เพราะการใช้สารสกัดจากแปะก๊วยอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปวดศีรษะ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่าย หรือมีอาการแพ้ที่บริเวณผิวหนัง โดยมีรายงานชิ้นหนึ่งระบุไว้ว่า พบก้อนเลือดในเยื่อหุ้มสมองของผู้หญิงที่รับประทานสารสกัดใบแปะก๊วยวันละ 120 มิลลิกรัม เป็นประจำทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน

ที่ควรระมัดระวังอีกอย่างหนึ่งคือ สารบางชนิดในแปะก๊วยอาจไปรบกวนการทำงานของเกล็ดเลือด โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด หากรับประทานสารสกัดจากแปะก๊วยอาจทำให้เลือดไม่สามารถเกาะตัวกันได้ตามปกติ ไม่เพียงเท่านั้น สตรีมีครรภ์หรือผู้มีประวัติการชักมาก่อน ไม่ควรรับประทานโดยเด็ดขาด และผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดแต่รับประทานสารสกัดใบแปะก๊วยอยู่เป็นประจำก็ ควรหยุดรับประทานก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเลือดแข็งตัวช้าค่ะ

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย ได้ระบุข้อกำหนดในการใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วย ไว้ด้วยดังนี้

ในการใช้สารสกัดแปะก๊วยเป็นยาแผนปัจจุบัน จะต้องมีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ที่เป็นโรคเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ รวมทั้งโรคของหลอดเลือดในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนังผิดปกติ โดยให้รับประทาน 40 มิลลิกรัม วันละ 3-4 เม็ด

ในการใช้สารสกัดแปะก๊วยเป็นยาแผนโบราณ ให้ขึ้นทะเบียนในลักษณะผสมกับสมุนไพรตัวอื่น ๆ ว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย และอนุญาตสรรพคุณของตำรับเป็นยาบำรุงร่างกาย

ในการใช้สารสกัดแปะก๊วย เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จะต้องได้รับใบสำคัญการใช้ฉลากอาหาร โดยอนุญาตเฉพาะที่มีขนาดรับประทานไม่เกินวันละ 120 มิลลิกรัม และจะต้องไม่ระบุสรรพคุณใด ๆ ในการบำบัดรักษาโรคเลย

     ทั้งนี้ สารสกัดจากใบแปะก๊วยจัดเป็นยาอันตราย ต้องขายเฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบัน และไม่ให้มีการโฆษณาสรรพคุณต่อสาธารณะค่ะ

ได้ทราบกันแบบนี้แล้ว ก็อย่ามัวแต่หลงใหลกับคุณประโยชน์มากมายของแปะก๊วยกันเกินไป ควรตระหนักถึงผลข้างเคียงด้วย เพื่อที่เราจะได้ใช้เจ้าสมุนไพรนี้ได้อย่างเหมาะสมและดีต่อสุขภาพ เพราะไม่ว่าเราจะใช้สมุนไพรมากมายแค่ไหน หากเราไม่ดูแลรักษาตัวเอง สมุนไพรเหล่านั้นก็อาจจะกลายเป็นดาบสองคมย้อนกลับมาทำร้ายเราได้ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก
ศูนย์วิทยบริการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
ศูนย์เภสัชสนเทศ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
Livestrong.com
nutrition-and-you.com
herbwisdom.com
webmd.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *